สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้จัดแถลงข่าวผลการวิจัยโครงการ “การเตรียมความพร้อมด้านโลจิสติกส์เพื่อตอบรับสถานการณ์ FTA อาเซียน-จีน” เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2550 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 14 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) โดยมีคุณประสาธน์ เกียรติไพบูลย์กิจ เป็นผู้แทนเข้าร่วม สรุปประเด็นสำคัญได้ ดังนี้
1.รศ.ดร.รุธิ์ร์ พนมยงค์และคณะฯ สรุปผลการวิจัยเรื่อง ระบบโลจิสติกส์ของการค้าไทย – จีน เพื่อรองรับข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน – จีน ดังนี้
1) การส่งสินค้าไปจีนส่วนใหญ่ส่งออกทางน้ำผ่านด่านอำเภอเชียงแสน เป็นด่านที่มีมูลค่ารวมการส่งสินค้าขาออกและขาเข้าสูงที่สุด
2) ความเห็นของผู้ประกอบการไทย เห็นว่าด่านศุลกากรแต่ละแห่งมีความสำคัญ
3) การขนส่งทางบกโดยผ่านพม่าจะพบปัญหาการเมืองภายในประเทศพม่า ส่งผลต่อต้นทุนและเวลาขนส่ง ส่วนการขนส่งทางบกผ่านประเทศลาวยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน (โดยเฉพาะเส้นทางเชื่อมที่อำเภอเชียงของ)
4) การขนส่งทางน้ำพบปัญหาเรื่องแม่น้ำโขงตื้นเขินและนโยบายการปล่อยน้ำจากประเทศจีน
5) ประเทศจีนให้ความสำคัญในการพัฒนาถนนควบคู่กับทางรถไฟ โดยมีนโยบายที่จะปรับปรุงมาตรฐานและเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อพม่าและเวียดนาม และเส้นทางในประเทศอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ การศึกษาของโครงการอยู่ระหว่างการวิเคราะห์และสรุปผลในส่วนสุดท้าย
2.ดรเจริญชัย โขมพัตราภรณ์ และคณะฯ นำเสนอโครงการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของการค้าไทย – จีน เพื่อรองรับข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน – จีน กรณีศึกษาสินค้าส่งออกไปยังจีน ทางคณะฯได้ทำการศึกษากรณีสินค้ายางพารา ซึ่งประเทศจีนมีความต้องการบริโภคมากที่สุดในโลกแต่ไม่สามารถผลิตได้เพียงพอกับความต้องการจึงต้องนำเข้า โดยในปี 2548 จีนนำเข้ายางพาราจากไทยถึงร้อยละ 41.25 ของปริมาณนำเข้าทั้งหมด
คณะวิจัย ได้นำเสนอผลการวิเคราะห์ต้นทุนในการส่งออกยางพาราไปจีน โดยพบว่าเส้นทางที่ทำให้ต้นทุนการขนส่งต่ำสุด คือ เส้นทางจากจังหวัดสงขลา – ด่านปาดังฯ- ท่าเรือปีนังไปสิ้นสุดที่ชิงเต่า ใช้เวลาประมาณ 17 วัน ค่าใช้จ่ายประมาณ 1.302 บาท/กิโลกรัม
ปัญหาที่พบ เช่น การขาดแคลนท่าเรือชายฝั่ง การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์เปล่า เป็นต้น
3. รศ.ดร.แก้วตา โรหิตรัตนะ และคณะนำเสนอการศึกษาเรื่อง การกระจายสินค้าและการเข้าถึงตลาดในประเทศจีน โดยใช้ผลไม้เป็นกรณีศึกษา สำหรับกรณีศึกษาพิกัด 0810 พบว่า มีการกระจุกตัวของแหล่งนำเข้าผลไม้จากไทย ซึ่งรูปแบบการนำผลไม้เข้าในจีนเป็นรูปแบบการขายฝาก คือ มีตัวแทนรับซื้อหรือผู้ร่วมทุนฝ่ายไทยในการรวบรวมผลไม้ไทยก่อนส่งออกไปจีน ส่วนใหญ่ส่งผ่านฮ่องกง โดยร้อยละ 90 ของผลไม้ไทยที่ส่งเข้าประเทศจีนจะผ่านตลาดเจียงหนาน ลูกค้าที่สำคัญของไทย คือ โลตัส คาร์ฟูร์ ทั้งนี้ การส่งออกผลไม้ของไทยไม่ได้มีการวางแผนการตลาดและไม่มีการศึกษาความต้องการของผู้บริโภคจีนก่อน และคุณภาพผลไม้ไทยไม่คงที่จึงมักมีปัญหาที่ด่านศุลกากรจีน
4.คุณประสาธน์ฯ ให้ข้อคิดเห็นดังนี้
1) ค่าระวางจะถูกได้ คือ บริษัท Fraise Forwarder ซื้อค่าระวางปลายทางแต่ต้องเสีย VAT ขณะที่บริษัทต่างชาติซึ่งมีลักษณะผูกขาดไม่ต้องเสีย VAT ทำให้บริษัทเดินเรือไทยไม่สามารถแข่งขันได้ ภาครัฐฯควรพิจารณาลด VAT เพื่อให้สามารถแข่งขันได้
2) ขอให้ภาครัฐพิจารณาไม่เก็บค่า TSC ซึ่งจะทำให้ต้นทุนต่ำลง ผู้ประกอบการจะสามารถแข่งขันได้
3) ขอให้ศึกษาความเชื่อมต่อทางรถไฟระหว่างไทยกับจีน ว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
ฝ่ายกฎระเบียบและการค้าระหว่างประเทศ
น.ส. วาสนา สมเนตร์ สรุป
8 มิถุนายน 2550
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น